เที่ยวเขื่อนรัชประภา สวรรค์กลางสายหมอก
เที่ยวเขื่อนรัชประภา สวรรค์กลางสายหมอก
Email This Post[ratings]
การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายที่เขื่อนรัชประภา แต่เป้าหมายของเราในครั้งนี้คือไปร่วมงานบวชเพื่อนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ตั้ง ต้นเดินทางกันที่ กรุงเทพฯใช้รถตู้เป็นพาหนะในการเดินทางครั้งนี้ ราคาเช่าต่อวัน ตกวันละ 2,000 บาท แต่รถตู้ที่เราเช่าเขาจะคิด 1 วัน = 12 ชั่วโมง โอ้ววว จ๊อด.. มันแพงมาก และแยกคิดค่าน้ำมันในการเดินทางแย่งต่างหาก เมื่อเดินทางถึงสุราษฯ เราก็ไปร่วมงานอุปสมบทกันก่อนเป็นอันดับแรก กว่าจะเสร็จงานก็บ่ายสองโมงกว่าๆ เราก็มาวางแผนกันก่อนว่าจะไปเที่ยวที่ไหนกันต่อ จากการสอบถามเพื่อนๆ ที่อยู่แถบนี้ ก็ได้ข้อสรุปว่า เขื่อนรัชประภา น่าจะดีที่สุดเพราะบบรยากาศดี ไม่ไกลจากจุดที่เราอยู่มากนัก และที่สำคัญยังไม่เคยมีใครเคยมาสัมผัสเลย หลังจากที่ตกลงกันได้แล้วเราก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เขื่อนรัชประภากันเลย
เขื่อน รัชชประภา หรือที่เรียกกันว่าเขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนที่อยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี ลักษณะเป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียวสูง 94 เมตร ยาว 761 เมตร กั้นลำคลองแสง สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยปีละประมาณ 554 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง สร้างขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 แล้วเสร็จในปี 2530 รวมค่าก่อสสร้าง 5,400 ล้านบาท อ่างเก็บน้ำมีความจุ 5,639 ล้านลูกบาศก์เมตร หลังเขื่อนมีพื้นที่ 185 ตารางกิโลเมตร มีปริมาณน้ำเฉลี่ยปีละ 3,057 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 240,000 กิโลวัตต์ ส่งพลังงานไฟฟ้าไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดพังงา พื้นที่ท้ายน้ำปลูกสวยาง กับสวนผลไม้ เพื่อระบายน้ำให้กับชาวบ้านได้ใช้งาน
เขื่อนห่างจากตัวเมืองราว 70 กิโลเมตร การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 401 หรือสายสุราษฎร์ฯ – ตะกั่วป่า พอถึงหลักกิโลเมตรที่ 52-53 หรือกิโลเมตรที่ 67-68 เลี้ยวขวาเข้าสู่เขื่อน ระยะทางประมาณ 12 กม. จากทางแยกถึงตัวเขื่อนฯ ถ้าไม่เหมารถมากันเองก็สามารถใช้บริการรถโดยสารรถประจำทางสายสุราษฎร์ – ภูเก็ตไปลงที่ตลาดบ้านตาขุน จากนั้นต่อรถประจำทางเข้าเขื่อนฯ มีรถตู้ด้วยนะ ^_^ เมื่อเดินทางมาถึงท่าเรือแล้ว เราก็จัดการติดต่อเรือ เพื่อที่จะพาเราไปยังที่พักกลางทะเลสาบน้ำจืดแห่งนี้ อัตราค่าเรือโดยสารจะอยู่ที่ 1800 บาทต่อลำ รวมค่าคนขับเรืออีก 200 บาท (ไป/กลับ)
เมื่อ พร้อมแล้ว เราก็ย้ายสัมภาระที่หอบหิ้วกันมา เอาไปลงเรือให้หมด แล้วก็เริ่มออกเดินทางกัน … เย้ๆๆ ระหว่างการเดินทางเราก็จะพบกับธรรมชาติที่สวยงาม ภูเขาหินปูนที่ผุดขึ้นมาจากอ่างเก็บน้ำ เรียงตัวกันอย่างสลับซับซ้อน ดูน่ากลัวและน่าตื่นเต้นทีเดียว เมฆหมอกที่เรียงตัวกันเป็นสายอยู่ไม่สูงมากนัก ทำให้รู้สึกว่ามีสวรรค์ซุกซ่อน อยู่ที่ทะเลน้ำจืดแห่งนี้นี่เอง
หลัง จากเดินทางมาเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็ถึงแพที่พัก ซึ่งความเพลิดเพลินกับทิวทัศน์รอบๆ อากาศที่เย็นสบาย ทำให้เรารู้สึกว่ามันเร็วมาก O_O แพที่พักตั้งเรียงรายกันสวยงามน่าพักผ่อนมาก ค่าเช่าแพคืนละ 200บาท/คน อาหารเย็น 120 บาท/คน อาหารเช้า 60 บาท/คน ซึ่งก็เป็ราคาที่น่าพอใจเลยทีเดียว เมื่อนำสัมภาระไปเก็บที่แพเรียบร้อย เราก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวลงเล่นน้ำกัน ในการเล่นน้ำจะต้องใส่เสื้อชูชีพด้วยเพื่อความปลอดภัยเพราะว่าน้ำที่นี่ลึก มากกกกกกก นอกจากนี้ที่นี่ก็มีเรือแคนูให้เช่า วันละ 100 บาท/ลำ พายได้ทั้งวัน น้ำจะใสมาก ใสจนมองเห็นเป็นสีเขียวเลยทีเดียว พอลงไปในน้ำแล้วยังสามารถมองเห็นได้แทบจะทุกส่วนของร่างกาย
พายเรือแคนูไม่ นานพระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้า ได้เวลาอาหารเย็นทุกคนก็ไปรวมตัวกันที่แพหลังใหย๋ที่อยู่ตรงกลาง เพื่อร่วมกันหม่ำข้าวเย็น เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจทั้งหนัก เบา ในช่วงเย็นแล้ว เราก็เข้านอนกันเลย เพราะความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเดินทางเช้า ตรู่วันใหม่เรารีบเตรียมตัวกันเพื่อนั่งเรือออกไปชมทะเลหมอก รอบๆ บริเวณที่พัก และชมพระอาทิตย์ขึ้นที่กลางร่องเขา อากาศตอนเช้าทำให้เรารู้สึกสดชื่น หายเหนื่อย บรรยากาศแบบนี้เหมาะมากที่จะหลบหนีความวุ่นวายในเมืองกรุงเข้ามาพักผ่อน หย่อนใจ เมื่อกลับจากดูทะเลหมอกพวกเราก็ มารับประทานอาหารเช้ากัน ซึ่งจะเป็นข้าวต้ม ผักกาดดอง กุนเชียง.. หลังจากรับประทานอาหารกันเป็นที่เรียบร้อยเราก็ไม่รอช้า นั่งเรือมุ่งหน้าไปยังถ้ำประการัง ซึ่งจะต้องจ่ายค่าเรือเพิ่มอีกประมาณ 500 บาทก่อน ที่จะไปถึงถ้ำเราต้องเดินทางผ่านอุทยานอีกประมาณ 500 เมตร ลักษณะจะเป็นป่าดิบชื้น ตามทางเดินก็มีทากตัวเล็กๆ ให้เห็นบ้าง อันนี้ต้องเดินแบบระวังกันหน่อย พอมาถึงที่ทำการเราต้องนั่งแพต่อไปอีก ประมาณ 1 กม. เพื่อเข้าชมถ้ำประการัง ภายในถ้ำจะมีหินปูน งอกย้อย ออกมาหน้าตาเมหือนประการังใต้ท้องทะเล พอต้องแสงไฟก็เกิดประกายระยิบระยับสวยงาม
เมื่อชมถ้ำกันจนพอใจแล้วเราก็เดินทางกลับตามเส้นทางเดิม กลับไปเก็บของที่แพ มุ่งหน้ากลับ กทม.





















































































(4 votes, average: 4.50 out of 5)





3 Comments on “เที่ยวเขื่อนรัชประภา สวรรค์กลางสายหมอก”
พอดีมีคนถามข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาครับ ไม่ได้โฆษณานะครับ แต่เผื่อคนที่สนใจ

แพที่ไปพักตอนนนั้นจะเป็น “แพเพลินไพร” ครับ
Tel: 077346095
Mobile: 0818926321
ค่าห้อง 200 บาท ต่อคน ต่อคืน
ข้าวเช้า 60 บาท รู้สึกว่าจะเป็นข้าวต้มครับ
ข้าวเที่ยง/เย็น 120 บาท สั่งเพิ่มได้
ที่พักบรรยากาศดี ที่สำคัญไม่ไกลจากถ้ำประการังมากครับ
ปล. อย่าลืมแว่นกันแดด,ไม่จำเป็นอย่าเข้าห้องน้ำครับ