เที่ยวเวียดนาม เว้ ดานัง ฮอยอัน ตอนที่ 2 ท่องเที่ยวยามราตรี เข้าสปาเท้า
ก็ตามที่สัญญาไว้คราวก่อนว่าจะนำท่านทัวร์ยามค่ำคืน แต่ก่อนอื่นจะขอเพิ่มเรื่องการเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวเวียดนาม ซึ่งน่าจะมีสิ่งที่ต้องเตรียมดังต่อไปนี้ครับ
1.เงินค่าใช้จ่ายขณะเดินทาง อันนี้หลายท่านอาจจะคิดว่าต้องแลกเป็นเงิน ลาวหรือ เวียดนามหรือไม่ ความจริงคือไม่จำเป็นเลย เพราะคนลาวและคนเวียดนามรู้จักเงินบาทของเราดีและเนื่องจากเงินเราค่าสูงกว่าเงินบ้านเขา ดังนั้น แม่ค้าพ่อค้าเหล่านั้นจึงต่างก็ยินดีที่จะรับเงินบาทของไทยอยู่แล้ว
อัตราแลกเปลี่ยน
เงินไทย 1 บาท = เงินลาว 246 กีบ
เงินไทย 1 บาท = เงินเวียดนาม 500 ดอง
ดังนั้นเวลาจะซื้อของให้เอาเครื่องคิดเลขไปด้วย จะได้ไม่โดนแม่ค้าหลอกนะครับ เพราะตัวเลขเยอะจะทำให้เราสับสน ซื้อไปซื้อมาอาจจะหลงลืมจ่ายไปเยอะกว่าที่ควรจะเป็น
2.ยารักษาโรค อันนี้หากใครมีความมั่นใจว่าสุขภาพแข็งแรงก็ไม่จำเป็นก็ได้ แต่ก็นั่นแหละครับอะไรก็สามรถเกิดขึ้นได้ ในเมื่อเราเดินทางผ่าน 3 ประเทศ 3 อากาศและก็กินอาหารที่ 3 ประเทศด้วย ซึ่งยาที่ผมแนะนำก็มียาหลักอยู่ 3 ชนิดคือ ยาแก้ไข้ ยาลดน้ำมูกหรือยาแก้แพ้ และยาแก้ท้องเสีย
3.เสื้อผ้า ควรเอาไปพอประมาณตามสมควรแก่ระยะเวลาที่ไปเที่ยว เนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศที่มีอากาศเย็นพอประมาณ ช่วงเย็น อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 17-25 °c และมีลมพัดตลอด ถ้าใครขี้หนาวอาจจะเตรียมเสื้อหนาๆติดตัวไปด้วยสักตัว
4.อาหาร จำแนกได้ดังนี้ อาหารลาว ก็เหมือนอาหารทางภาคอีสานเรานะแหละครับไม่แตกต่างกันมากนัก ส่วนอาหารเวียดนามรสชาติ ออกจะจืดๆ คงไม่ถูกปากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสจัด
แค่นี้ก็คงจะพอมั้งครับสำหรับการท่องเที่ยวในเวียดนาม แต่หากท่านไหนต้องการจะนำปัจจัยที่ 5 ด้านอื่นๆไปด้วยก็คงจะไม่มีปัญหาครับ
มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับหลังจากที่มาถึงเวียดนาม เมืองเว้ แล้วผมกับเพื่อนก็ได้ออกไปเดินท่องราตรีหาซื้อของเหมือนกับนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่วันแรกเนื่องจากเดินทางด้วยรถยนต์มาไกล จึงเดินกันได้นิดหน่อยก็เหมื่อยแล้วจึงกลับมาที่โรงแรมที่พักเพื่อที่จะไปนวดเท้ากัน ซึ่งราคาก็อยู่ที่ 10 USD หรือประมาณ 170,000 Dong (363 Baht) ต่อ 40 นาทีครับตอนแรกก็นึกว่าจะเป็นเหมือนสปาไทย แต่ที่ไหนได้ไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่สามารถอธิบายเป็นขั้นตอนได้ดังนี
1.ทำความสะอาดเท้าให้ด้วยน้ำอุ่น
2.ให้แช่เท้าในอ่างน้ำอุ่นผสมขิง ซึ่งขิงเขาจะโขรกสดๆ ตรงนั้นเลย และนวดเท้าด้วยเครื่องนวดเท้า ขณะเครื่องนวดเท้าทำงานอยู่ พนักงานชายก็จะเสริฟขิงแช่อิ่ม ส่วนรสชาตนะหรือ ฮะๆๆ ก็เหมือนขิงแช่น้ำตาลนะแหละ กินได้เรื่อยๆแต่ไม่เยอะเพราะกลัวเมาขิง
3.พอผ่านไปซัก 10-15 นาทีก็จะมีพนักงานหญิงที่ทำหน้าที่นวดเข้ามานวด ไม่รู้มาจากไหนเพราะไม่ได้เลือกหมอเอง (เห้อ….แย่จัง) ท่าทางก็ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ส่วนตัวผมคิดว่าสาวไทยน่ารักกว่านะ แต่ผมรู้สึกได้ว่าเขาชอบคนไทยนะ เพราะเขาพยายามมากในการที่จะสื่อสารกับเราเป็นภาษาไทย เขาบอกว่าคนไทยมาเที่ยวที่นี้เยอะมาก เออพอพูดถึงจุดนี้ก็นึกได้พอดีว่าถ้าจะคุยกับคนเวียดนามสนุกต้องคุยเรื่องฟุตบอล เรื่องซิกโก้ เรื่องพี่เบิร์ดอะไรประมาณนี้ครับรับรองว่าคุยได้ยาว
4.พอนวด นวดไปซักพักเธอก็เริ่มหยิบอาวุธคู่กาย (ในการนวด) ของเธอออกมา พอผมเห็นเท่านั้นแหละครับตกใจจนแทบจะตกเตียง เพราะว่าสิ่งที่เธอหยิบออกมานั้นมันคือ ยาหม่องตราเสือ และน้ำมันเบย์บี้ออย ครับพี่น้อง ….ยาหม่องตราเสือทำให้เย็น เบย์บี้ออยทำให้ลื่น โอ้ยๆๆ เย็นๆๆแสบๆ
พอนวดเสร็จก็ขึ้นห้องนอนกัน (กับเพื่อนนะครับอย่าคิดมาก) พอตอนเช้ามาก็เลยคุยกัน มองหน้ากันและขำ …เพื่อนผมพูดว่านี่หรือ มาตรฐานของสปาระดับโรงแรม 4 ดาวที่เวียดนาม ผมก็เลยบอกว่านี่ถือว่าเป็นโอกาสของประเทศไทยทียังคงได้เปรียบและมีเวลาปรับตัวในเรื่องนี้อยู่บ้าง เพราะตอนเวียดนามมีการปรับปรุงการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วมากหากยังชะล่าใจไม่พัฒนาจะโดยเบียดแซงไปในที่สุด อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่ยังเปิดอยู่สำหรับคนไทยที่สนใจการทำธุรกิจนี้ในเวียดนาม









2 Comments on “เที่ยวเวียดนาม เว้ ดานัง ฮอยอัน ตอนที่ 2 ท่องเที่ยวยามราตรี เข้าสปาเท้า”
ไม่เห็นมีรูปให้ดูบรรยากาศยามราตรีของเวียดนามเลยครับ
ใครที่กำลังคิดไปเที่ยวฮานอยกับบริษัททัวร์ โปรดระวังและต้องอ่าน คณะเราโดนมาแล้ว คือว่าเราซื้อทัวร์มาฮานอย ฮาลอง 3 วัน 2 คืน ในทริปที่เดินทางไปอ่าวฮาลอง ไกด์จะให้แวะร้าน ไข่มุก ร้านยาจีน ร้านกาแฟ ระหว่างทางเพื่อให้เข้าห้องน้ำกัน และมีการเชิญชวนจากร้านต่างๆเพื่อให้ซื้อของตามความสมัครใจของแต่ละคน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรที่ต้องวื้อของเหล่านี้เพราะที่เมืองจีนก็มีแบบนี้ จนกระทั่งขากลับมีการให้แวะร้าน หยก ก็เหมือนร้านอื่นๆมีคนพูดไทยได้มาแนะนำการดูหยกและบอกว่ากำลังจะมาตั้งร้านในเมืองไทยแถวสีลม และบอกว่าวันนี้พวกเราโชคดีมีลูกเจ้าของร้านชื่อคุณหนูอยู่ และเรียกเข้ามาพบพวกเรา เป็นสาวแต่งกายดีมาแนะนำตัวว่าเป็นลูกเจ้าของร้าน ปกติอยู่อ่องกง เพิ่งมาเวียดนามได้ 6 วันพูดภาษเวียดนามไม่ได้คุยกับใครก็ไม่รู้เรื่อง วันนี้ดีใจที่พบคนไทยจะได้คุยภาษาไทยเพราะ เคยอยู่เมืองไทยแถวจันทบุรี แนะนำตัวว่าชื่อเจนจิรา( เราเข้าดูใน web ของคนที่เคยโดนแบบเราเมื่อปีที่แล้ว มันบอกว่าชื่อ บัว) มาแนะนำการดูหยกไม่อยากให้คนไทยโดนหลอก และก็พาไปดูที่ตู้ใส่หยกแสดงความแข็งของหยกโดยการตัดกระจก และบอกว่าจะลดราคาให้ และมันก็ลดราคาแหลกจาก 280 US มันก็ลดลง เหลือ 100US คนขายคนอื่นก็ทำท่าเป็นว่า คุณหนูจะขายราคานี้ไม่ได้ เดี๋ยวปาป๋าจะว่าเอา(เล่นละครก็ทั้งร้าน) นางนี่ก็บอกว่าชั้นเป็นเจ้าของร้านจะลดไม่มีปัญหา แต่นี้ไม่เท่าไรเพราะของห้องนี้เป็นพวกหยกอาบน้ำราคาไม่สูงมาก แล้วมันก็พาเข้าห้องเล็กอีกห้องที่อยู่ติดกัน( พวกเรามาเรียกทีหลังว่าห้องเชือด) มันบอกว่าห้องนี้เป็นของลูกค้าสั่งทำ ของทุกชิ้นในห้องนี้มีใบรับประกัน
แต่มันก็บอกว่าถ้าสนใจก็เอาไปก่อนได้ มันลดราคามากกว่าครึ่งต่อครึ่ง หลายคนเริ่มเคลิ้มพวกมันหว่านล้อมเล่นกันเป็นทีม คณะเราไอ้คนที่เขี้ยวๆก็หลวมตัวหมดกันไปหลายหมื่นเพราะเชื่อมัน พอกลับขึ้นมาบนรถเริ่มรู้สึกตัวว่า โง่ ซื้อไปได้อย่างไร สรุปว่าคณะเราโดนไปเป็นแสน และมาดูๆเปรียบเทียบก็คิดว่าของราคา 1000 มันขาย 10000 แพงเป็น 10 เท่า จึงอยากเตือนคนที่จะไป ฮาลอง โปรดระวังเราไปกันเมื่อต้นเดือนมีนา 2554 ก่อนไปไม่ได้อ่านเจอคำเตือนใน web กลับมาอ่านเจอคนที่เหมือนเราเลยเขาไปเมื่อปีที่แล้ว มันเล่นละครเหมือนเราเลยแต่ใช้ชื่อว่าบัว จงช่วยกันกระจายข้อความนี้เพื่อเตือนคนที่จะไปเที่ยว